- Quickly update your status - Instantly access your profile & photo comments - Connect with your friends
Upgrade to Flash Player 10 and make a "hi5 Star" today.
Your friend doesn't have a hi5 star!
foONGsahN hasn't played any games recently.
ดังนี้ ....ในกระบวนการรักษาโรค ปัญหาการสื่อสารระหว่าง บุคลากรการแพทย์และผู้ป่วย เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้การรักษาโรค ประสบความล้มเหลว แม้บริษัทผู้ผลิตยา จะให้ข้อมูลเรื่องยาแก่ผู้ใช้ยา แต่ประชาชนส่วนหนึ่ง ยังรู้สึกว่าตนเองได้รับข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการใช้ยาไม่เพียงพอ ใช้ประกอบการรักษาโรค จากการศึกษากระบวนการ รักษาโรคทั่วไปพบปัญหา ขาดการสื่อสารระหว่างแพทย์ และเภสัชกรกับผู้ป่วย โดยที่
มีผู้ป่วยส่วนน้อยไม่เกิน 5% สอบถามข้อมูลเรื่องยากับแพทย์
แพทย์สรุปว่าการนิ่งเงียบ ของผู้ป่วยหมายถึง ความพึงพอใจต่อข้อมูลที่ได้รับ
แพทย์ส่วนใหญ ่และเภสัชกรแทบทุกคน กล่าวว่าได้ให้ข้อมูลสิ่งพิมพ์ เกี่ยวกับยาแก่คนไข้แล้ว เช่นแผ่นพับ หรือฉลากยาที่อยู่บนขวดยา
ผู้ป่วยประมาณ 6% กล่าวว่าได้รับข้อมูลสิ่งพิมพ์ เรื่องยาจากคลินิกแพทย์ อีก 15% กล่าวว่าได้รับข้อมูล จากร้านขายยา
มีปัจจัยหลายประการ ที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สอบถาม ปัญหากับแพทย์หรือเภสัชกร เช่น ไม่รู้ว่าจะถามอะไร รู้สึกเกรงขามต่อแพทย์ หรือรู้สึกว่าการถามปัญหา เป็นการไม่เชื่อใจความสามารถแพทย์ ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่อยากรบกวน เวลาอันมีค่าของแพทย์ หรืออาจจะงุนงง และสับสนกับศัพท์ต่างๆ ที่แพทย์พูด ขณะทำการตรวจวินิจฉัยโรค ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่า เป็นการผิดที่จะรู้เรื่องราว มากกว่าที่แพทย์บอก ที่ยกตัวอย่างข้างต้น ไม่ใช่เหตุผลสมควร ที่ผู้ป่วยต้องปิดปากเงียบนิ่งเฉย ไม่ยอมซักถามอะไร เพราะในที่สุดตัวผู้ป่วยเอง จะเป็นผู้ที่รับผลทุกอย่างจากยา ที่รับประทานหรือจากการ ละเว้นการรับประทานยา
ต่อไปนี้เป็นคำถามที่ผู้ป่วย ควรถามกับแพทย์ หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาที่ได้รับ ควรจะบันทึกคำถามคำตอบ ไว้ในสมุดพกสำหรับ การปฏิบัติตนในอนาคต โดยเฉพาะ เมื่อได้รับยาหลายตัว
ชื่อยา ยาส่วนใหญ่มีชื่อสองแบบ คือชื่อการค้าและชื่อทั่วไป ควรจะรู้ชื่อยาทั้งสองแบบ
ข้อบ่งใช้ ยานั้นใช้สำหรับรักษาโรค หรืออาการอะไร จะสังเกตุผลยาดังกล่าว ได้ชัดเจนเมื่อใด และจะทำอย่างไร เมื่อเริ่มเห็นผลยา ผลของยาต่อ กระบวนการเกิดโรคที่เป็น
จะรับประทานยาเมื่อใดและอย่างไร นานแค่ไหน
จะจ่ายยาแบบชื่อทั่วไป แทนแบบชื่อการค้า ซึ่งแพงกว่าได้ไหม อย่างไรก็ดี ยาใหม่หลายตัว อาจไม่มีแบบชื่อทั่วไป หรือแพทย์อาจนิยมใช้ แบบชื่อการค้าด้วยเหตุผลที่ดีก็ได้
ผลข้างเคียงที่เกิดได้บ่อยครั้งเป็นอย่างไร อาการอย่างไรที่สำคัญ และต้องรายงานปรึกษาแพทย์ ในทันทีที่เกิดขึ้น อาการอย่างไรที่ไม่สำคัญ เช่น ยาบางตัวทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสี การทราบข้อมูลเหล่านี้ล่วงหน้า ช่วยไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกตระหนก หรือสับสนโดยไม่จำเป็น ถ้าหากท่านรับทราบข้อมูลเพียงพอ จะสามารถแยกแยะอาการไม่พึงประสงค์ ของยาที่รุนแรงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เกิด อย่างไรก็ตามแพทย์บางคน อาจกลัวว่าผู้ป่วยจะรู้สึกว่าตนเอง มีอาการไม่พึงประสงค์จากอิทธิพล ของการให้คำแนะนำหรือข้อมูลเกี่ยวกับยา
ควรจะหลีกเลี่ยงอาหาร ยาอื่น เครื่องดื่ม หรือกิจกรรมอะไรบ้าง ในระหว่างรับประทานยา ยารักษาโรคหลายตัวอาจจะถูก ทำลายหรือเริ่มออกฤทธิ์ช้าลง โดยการผสมกับอาหารในกระเพาะ ยาบางตัวต้องรับประทานพร้อมอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคือง กระเพาะอาหาร ยาหลายตัวอาจทำให้ มึนงงซึ่งไม่ควรรับประทาน ก่อนการขับรถ ยาบางตัวอาจมีฤทธิ์ทบทวีขึ้น เมื่อดื่มสุราหรือยาอื่นร่วมไปด้วย
มีข้อมูลยาที่เป็นเอกสารให้หรือไม่ ถ้ามีจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้ป่วย จดจำและเข้าใจคำแนะนำ ของแพทย์ได้ดีขึ้น หนังสือคู่มือ แผ่นพับ และแม้แต่บทความ ในนิตยสารก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อผู้ป่วยทั้งนั้น
มีทางเลือกอื่นแทนการใช้ยาหรือไม่ ภาวะความดันเลือดสูง อาจรักษาโดยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การลดปริมาณเกลือแกง หรือน้ำปลาในอาหาร หรือการใช้มาตรการ ดังกล่าวร่วมกัน ผู้ป่วยที่มีกำลังใจและความมุ่งมั่นสูง อาจต้องการทดลองเปลี่ยนแปลงลักษณะ การดำเนินชีวิตก่อนจะเริ่มใช้ ยาลดความดันเลือด
เภสัชกรเป็นผู้ที่รู้ข้อมูล และมีความรู้เรื่องยามากเป็นพิเศษ เมื่อนำใบสั่งยาไปขอซื้อยา จากเภสัชกรในร้านขายยา เภสัชกรจะพิมพ์ หรือเขียนคำสั่งการใช้ยาของแพทย์ ลงในฉลากบนขวดหรือกล่องยา หน้าซองยา พร้อมทั้งเพิ่มเติมข้อแนะนำอื่นๆ ที่จำเป็นลงไปด้วย เช่น การเก็บรักษายา คำแนะนำในการใช้ยา เป็นต้น อย่างไรก็ตามอาจมีบางสิ่งบางอย่าง ที่ผู้ป่วยอยากรู้แต่ไม่ปรากฏ บนฉลากยา ในกรณีเช่นนั้นผู้ป่วย สามารถขอให้เภสัชกร ติดต่อแพทย์ผู้สั่งจ่ายยา เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ หรือในทางปฏิบัติทั่วไปก็คือ สอบถามเพิ่มเติมได้จากเภสัชกรโดยตรง
หนทางที่จะทำให้การสื่อสาร ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย หรือเภสัชกรกับผู้ป่วย เพิ่มมากขึ้นก็โดยการที่ ผู้ป่วยต้องซักถามปัญหามากขึ้น ผู้ป่วยต้องรู้สึกมีอิสระและสบายใจ ในการโทรศัพท์หรือติดต่อกับแพทย์ หรือเภสัชกรที่สำนักงานหรือร้านขายยา เมื่อเกิดปัญหาหรือความไม่เข้าใจขึ้นมา หลังจากออกจากสำนักงาน หรือร้านขายยาแล้ว ถ้าปรากฏว่าแพทย์หรือเภสัชกรผู้นั้น มีงานยุ่งหรือไม่มีเวลาจะให้ข้อมูล เกี่ยวกับปัญหาการใช้ยาได้อย่างเพียงพอ ผู้ป่วยควรพิจารณา เปลี่ยนไปสอบถามหรือใช้บริการ จากแพทย์หรือเภสัชกรผู้อื่นที่มีเวลาแทน
© 2003-2009 hi5 Networks | English
You need an additional: hi5 Coins